Contract 1 : เธอนะหรอเป็นแวมไพร์

 

 

 

เสียงลมเงียบสงบ~

ลมเย็นสบายใจ~

เมืองที่มีเนินเขา~

ต้นไม้ร่มเย็น~

และหลงทาง?....

 

 

ที่นี่มันที่ไหนกันฟระ!” พัตธ์สบถอย่างเซ็งๆ

เพราะตอนนี้ตัวเขายืนอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในวันเปิดเทอมวันแรกของ

ช่วงชั้นมัธยมปลายไม่แปลกที่เขาจะหลงทางเพราะเขาเพิ่งย้ายบ้านมาเมืองนี้ได้ไม่ถึง3วัน

 

 

เฮ้อ~ แบบนี้ตรูต้องไปสายตั้งแต่วันปฐมนิเทศหรอเนี้ย!”

 

อ๊ากกกกก~~!!!

 

เสียงร้องโหยหวนช่างเข้ากันกับบรรยากาศหน้าคฤหาสน์หลังนั้นเสียจริงเพราะสภาพของ

คฤหาสน์หลังนั้นซ่อมซ่อแถมเหมือนบ้านผีสิงอย่างไงอย่างนั้นเลย

 

แปะๆ...แปะๆ...

 

เสียงฝนเริ่มโปรยลงมาอย่างคาดไม่ถึงก็แน่หละก็ตอนนี้มันฤดูฝนแล้วนี่นา

 

โอ้ว พระเจ้า! ทำไมตรูซวยเยี่ยงนี้หลงทางไม่พอฝนดันตกอีกสีหน้าพัตธ์เหมือนคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะตอนนี้สถานที่หลบฝนนั้นมีเพียง....

คฤหาสน์หลังนั้นนั่นเองพัตธ์พลางหันมามองคฤหาสน์อย่างช้าๆ
สภาพตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับบ้านผีสิง ยิ่งครึ้มฟ้าครึ้มฝนอยู่ระดับความหลอนใช้ได้เลยทีเดียว

 

เอาวะ!” พัตธ์ตัดสินใจพร้อมเปิดประตูเหล็กที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กบานใหญ่ เข้าไปในบริเวณคฤหาสน์ เขาพยายามมองหาสิ่งที่กำบังฝนได้ ซึ่งตอนนี้ก็มีแค่กันสาดบริเวณประตูคฤหาสน์ที่พอจะกันฝนให้เขาได้

 

คงมีแค่กันสาดตรงประตูนั่นละมั้งที่สภาพยังใช้ได้อยู่พัตธ์คิดในใจ
เขานั่งลงที่บันไดด้านหน้าประตูตอนแรกเขาก็แค่คิดว่านั่งตรงระเบียงทางเข้า
ก็พอเพราะมีกันสาดพอที่จะกันฝนให้เขาได้แล้ว

 

เปรี้ยง~!! ครืนๆ...

 

แต่สักพักฝนเริ่มตกหนักมากขึ้นจนกันสาดเริ่มจะกันไม่ไหวสาดเข้ามาถึงตัว
ของพัตธ์ทำให้ตัวของเขาเริ่มเปียกชื้นขึ้นเรื่อยๆ

พัตธ์หันไปมองคฤหาสน์จากรอยเปิดที่ประตูแง้มออกมาอย่างสงสัยแต่มันมืดจนมองแทบไม่เห็นข้างใน

 

จำไว้นะพัตธ์ อย่าเข้าใกล้คฤหาสน์บนเนินเขานั่นเด็ดขาดนะจ๊ะ

 

เอ๋?”

 

เหมือนเสียงของใครบางคนแว่วเข้าหูของเขาโดยบังเอิญ ทำให้เขาเริ่มนึกเรื่องของคำเตือนที่คุณน้าบอกเอาไว้ตอนเขาออกจากบ้านได้

เรื่องของคฤหาสน์บนเนินเขาของเมืองนี้ จากคุณน้าของเขานั่นเองว่า คฤหาสน์บนเนินเขานั้นที่ไม่ค่อยจะมีคนขึ้นไป เพราะที่นั่นเป็นที่สถานที่ต้องสาปเพราะเป็นสถานที่ทำพิธีทางไสยเวทย์ในสมัยก่อน และมีเรื่องลึกลับเล่ากันต่อๆกันมา ทั้งเรื่องที่เวลากลางคืนจะมีแสงไฟประหลาดสว่างวาบจากที่นั่น หรือเสียงร้องโหยหวนของวิญญาณ
ทำให้ไม่ค่อยมีไครจะขึ้นไปที่นั่นสักเท่าไหร่

 

สะ..เสียใจด้วยนะครับ คุณน้าเพราะตอนนี้ผมดันยืนอยู่หน้าคฤหาสน์นั่นซะแล้ว

 

พัตธ์นึกเสียใจที่เขารู้สึกตัวช้าไป

ขณะนี้...


พัตธ์กำลังชั่งจิตใจของเขาว่าจะวิ่งตากฝนออกจากคฤหาสน์ประวัติไม่น่าพิสมัยนี่หรือจะทนรอจนฝนซาลงก่อนดี แต่เหมือนไม่จำเป็นต้องให้เขาคิดเลยเพราะฟ้าก็ให้คำตอบเขาทันที

 

เปรี้ยง~!!!

 

เสียงฟ้าผ่าลงมาโดนประตูเศษเหล็กที่หน้าคฤหาสน์และต้นไม้แถบนั่นเป็นแสงสว่างจ้าไปหมด พัตธ์รีบยกแขนทั้ง2ข้าง
ขึ้นมาบังแสงสว่างนั่นทันที ทันใดที่แสงสว่างหายไปประตูซากเหล็กตอนนี้กระจายเละเทะไม่มีชิ้นดี ต้นไม้ควันคลุ้งไปหมด

 

นี่สินะที่เขาพูดกันว่า... ฟ้าเป็นใจ

 

ไม่เพียงแค่นั้นฟ้ายังร้องต่อไปเหมือนต้องการบอกให้รู้ว่า ถ้าแกออกมาแกได้เป็นเหมือนเศษเหล็กนั่นแน่ๆ อีกทั้งฝนยังตกหนักจนฟ้ามืดแทบดูไม่ออกเลยว่าตอนนี้เพิ่งจะ 8โมงกว่าๆเอง

 

หนทางที่เขาจะหลบฝนและฟ้าผ่าได้ก็คงมีแต่ในคฤหาสน์หลังนั้นแล้วสิ

 

อย่างนี้คงไม่มีทางเลือกแล้วสินะพัตธ์พูดพลางเปิดประตูเข้าไปในคฤหาสน์ ระหว่างนั้นเขาเอาแต่คิดปลอบใจตัวเองว่า ยังไงตอนนี้มันก็ยังเช้าๆอยู่คงไม่มีอะไรหรอกน่า ผะ...ผะ...ผีเผอที่ไหนจะออกมาตั้งแต่เช้ากัน

 

สำหรับพัตธ์แล้ววันนี้คงเป็นวันที่ซวยสุดๆวันนึงเลย ทั้งไปปฐมนิเทศไม่ทัน ฝนตกตัวเปียกแฉะ แถมยังต้องมาหลบในคฤหาสน์ผีสิงอีก

 

สภาพบรรยากาศภายในคฤหาสน์ช่างวังเวงนัก หยากไย่และเศษอะไรต่อมิอะไรเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด

ทั้งเศษกระจก เศษกำแพง และขยะอีกมากมาย แต่ความโทรมของมันยังปิดบังความอลังการของที่นี่ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

 

เหมือนเมื่อก่อนจะหรูแฮะที่นี่พัตธ์พูดพลางมองไปเห็นบันไดขนาดใหญ่แยกออกเป็น2ทาง มีห้องแยกออกเป็นหลายๆห้อง ที่เด่นที่สุดก็คงจะเป็นโคมไฟระย้าขนาดใหญ่3อันที่อยู่บริเวณเหนือหัวของ
เขา ถ้าที่นี่มันไม่เก่าซอมซ่อ ที่นี่คงเป็นสถานที่งดงามน่าดูเลยทีเดียว

 

กึง!!!

 

เสียงประตูไม้ปิดดังสนั่นความมืดเริ่มแผ่กระจายไปทั่วคฤหาสน์

 

เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น!!” พัตธ์ร้องเสียงหลง เพราะจากบรรยากาศชวนน่าสยดสยองตอนนี้มันยิ่งน่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม เนื่องด้วยความตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ขาของเขาสั่นไม่เป็นสุขและเริ่มขยับตัวถอยหลังไปเรื่อยๆอย่างไม่มีสติ

 

แกร๊ก!

 

เอ๊ะ?..” เสียงเหมือนกับเท้าของเขาไปเหยียบอะไรนูนๆสักอย่างเข้านั่นเอง แต่ก่อนที่พัตธ์จะทันได้หันไปมองเท้าของเขา

 

ครืน...ครืน....

 

เหมือนเสียงอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เสียงฟ้าร้องแต่เป็นเสียงอะไรบางอย่างภายในคฤหาสน์เริ่มขยับเคลื่อนไหว สภาพภายในคฤหาสน์เหมือน
แผ่นดินไหว ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ

 

นี่มันอะไรกัน ถ...ถะ..ที่นี่กำลังถล่มงั้นหรอแต่ไม่ทันสิ้นข้อกังวลใจของพัตธ์

 

เปรี๊ยะ....เปรี๊ยะ....

 

พื้นบริเวณนั้นแตกออกเป็นทางรอบตัวของพัตธ์อย่างรวดเร็ว พัตธ์รีบวิ่งไปทางประตูให้เร็วที่สุดเท่าที่ขาของเขาจะวิ่งได้ แต่ก็ไม่ทันที่จะถึงประตูพื้นก็ถล่มลงไปข้างล่างเสียแล้ว

 

ตูม!!!

 

ว้ากกกก~~~กกพัตธ์ ร้องเสียงหลงเพราะตัวเขากำลังตกไปลงข้างล่างอย่างรวดเร็ว

 

----------------------------------------------------------------------------------------

 

 

ติ๋ง..ติ๋ง....

 

เสียงหยาดน้ำหยดลงบนใบหน้าของพัตธ์อย่างช้าๆทำให้เขาเริ่มรู้สึกตัว

 

อูย...นี่เรายังไม่ตายอีกหรอเนี้ย อย่างกับแมงสาบแนะพัตธ์พูดพลางลุกขึ้นยืนและสำรวจบาดแผลของตัวเขา

ทั้งที่ตกลงมาสูงขนาดนั้นแต่บาดแผลของพัตธ์นั้นมีเพียงแค่แผลถลอกที่ข้อศอกกับขานิดหน่อยเท่านั้นเอง

 

ที่นี่มันเป็นที่ไหนกันแน่นะเราตกลงมาข้างล่างของคฤหาสน์งั้นหรอ ตอนที่ตกลงมาเราเห็นว่ารอยแตกนั่นไม่ใช่ฝีมือธรรมชาติแน่ๆ มีไครบางคนสร้างเส้นทางที่นี่ขึ้นมาก่อนแล้วพัตธ์ครุ่นคิดอย่างสงสัย แต่กระนั้นสิ่งที่ดึงความสนใจของพัตธ์ออกจากเรื่องทั้งหมดตอนนี้คือ....แสงสีเขียวลอดผ่านออกมา
จากทางที่น่าจะเป็นเส้นทางใต้ดินของที่นี่ เขาไม่รอช้าเดินไปตามทางเข้าใกล้แสงสีเขียวขึ้นเรื่อยๆ

 

 

สิ่งที่พัตธ์ได้เห็น มันทำให้เขาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะนึง ข้างหน้าเขาตอนนี้มีเส้นทางขนาดใหญ่ทอดยาว
ไปจนถึงต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้จากที่ที่เขายืนอยู่ สีเขียวมรกตของคริสตัลและน้ำรอบทางเดินนั้นเป็นอะไรที่สวยงามจนหาคำมาเปรียบแทบไม่ได้ หิ่งห้อยสีเขียวที่เขาไม่เคยเห็นกำลังส่องแสงสวยงามอยู่ตามทางเดิน มันทำให้เขาอดที่จะเดินเข้าไปตามทางเดินไม่ได้

 

อะไรกันที่นี่ สถานที่สวยงามอย่างนี้อยู่ใต้คฤหาสน์ที่เก่าโทรมขนาดนั้นเนี้ยนะพัตธ์เอ่ยขึ้นอย่างทึ่งๆ

 

ขณะที่เขาเดินไปเรื่อยๆ

 

ตอนนี้เขาอยู่หน้าต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นที่เห็นก่อนที่เขาจะเดินมาถึงแล้ว เหมือนที่นี่จะสวยงามมากกว่า
ทางเข้าอีกต้นไม้ขนาดใหญ่มากกว่าที่เขาคิดไว้ตั้งเยอะ รอบๆต้นไม้เป็นพื้นที่รูปวงกลม มีดอกไม้นานาพันธุ์หลายชนิดหลากหลายสีอยุ่เต็มไปหมด

 

ขณะกำลังชมความสวยงามของที่นี่อยู่นั้น พัตธ์ได้สังเกตเห็นกล่องอะไรบ้างอย่างอยู่หน้าต้นไม้ เป็นกล่องแนวนอนขนาดใหญ่สีดำมันวาว

 

นี่มันกล่อง อะไรหนะพัตธ์เริ่มสงสัยทำให้เขาลองเปิดฝากล่องขึ้น

 

แต่สิ่งที่อยู่ภายในกล่องนั้นทำให้พัตธ์แถบผงะ เป็นร่างของหญิงสาวผิวเนียนขาว ผมสีเหลืองหลับตาเอามือประสานกันนอนอยู่ภายในกล่องโดยมีดอกไม้สีขาวอยู่รอบๆตัว

 

ซึ่งบัดนี้ พัตธ์ก็เข้าใจแล้วว่า ไอกล่องที่เขาคิดมันคือโลงศพ!!

 

พัตธ์เกิดอาการตกใจสุดขีดที่เห็นศพตัวเป็นๆ ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกเริ่มถอยหลังออกมาอย่างช้าๆ
โดยไม่ทันสังเกตเห็นก้อนหินที่วางอยู่ข้างหลงของเขา

 

หวอ!!….ผลั่ก!!

 

พัตธ์สะดุดล้มหงายหลังลงไปกับพื้น ขณะที่เขากำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ก็มีอีกสิ่งทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อหญิงสาวที่เคยนอนอยู่ในโลงนั้นลุกขึ้นมาในชุดขาวสะอาด พลางโบกมือให้เขา

 

ฮ้าวว~~ไง นายเป็นคนปลุกเราขึ้นมาหรอ ขอบใจจริงๆนะหญิงสาวคนนั้นยิ้มให้พัตธ์

 

ผมสีทองที่สยายไปตามสายลม ทำให้ใบหน้าที่คมคายของเธอสวยงามมากกว่าเดิม ตาโตสีฟ้าดูน่ารักในแบบผู้หญิงวัยรุ่น

 

ดูอย่างนี้แล้วอย่างกับตุ๊กตาเลยเฮะพัตธ์คิดในใจ ตอนนี้เขาลำดับเหตุการณ์ไม่ถูกแล้วทั้งเรื่องสถานที่นี้ โลงศพ คฤหาสน์ (โดยลืมเรื่องปฐมนิเทศไปแล้ว)


ถะ...ทำไมเธอไปนอนอยู่ นะ....ในนั้นได้หละพัตธ์ถามเสียงสั่นเพราะตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเธอที่อยู่ข้างหน้าเขาเป็นใคร

 

ฉันหรอ? อืม...รู้สึกเมื่อตอนนั้นฉันจะโดนผนึกไว้ที่นี่นะถ้าจำไม่ผิดเธอตอบพัตธ์ด้วยเสียงเรียบๆเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 

ผนึก?”

 

ช่ายยย....ก็ฉันเป็นแวมไพร์นิเธอตอบพัตธ์ด้วยน้ำเสียงแบบเดิมแต่ตอนนี้สีหน้าพัตธ์ตอนนี้กลัวจนตัวแข็งแล้ว พัตธ์เริ่มนึงถึงภาพแวมไพร์ที่หนังสือแฟนตาซีต่างๆที่เขาเคยอ่านมา มันทั้งสยดสยอง และน่ากลัว มันจึงทำให้ตัวเขาสั่นไม่เป็นสุข

 

จากท่าทางของพัตธ์ เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเขากำลังกลัวเธออยู่

 

ไม่ต้องห่วงฉันไม่ดูดเลือดหรอก เหม็นคาวจะตายไปไครจะไปดื่ม แล้วก็ฉันไม่มีเขี้ยวด้วยเธอพูดพลางยิงฟันให้เขาดู
ฟันเขี้ยวของเธอก็เหมือนคนปกติทั่วไป

 

เฮ้อ~

 

พัตธ์ถอนหายใจ เหมือนเขาจะสบายใจไปเปราะนึงแล้ว แต่ยังไงข้างหน้าเขาตอนนี้ก็คือแวมไพร์ปีศาจที่เขาคิดว่ามีอยู่เพียงแค่
ในเทพนิยายเท่านั้น แต่ตอนนี้ความกลัวก็ไม่อาจปิดความสงสัยของเขาได้อีกต่อไป

 

แล้วที่นี่มันเป็นที่ไหนกัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

 

เรื่องนั้นฉันก็จำไม่ได้ด้วยสิ แต่ที่นี่เคยเป็นส่วนนึงของสถานที่ใช้ผนึกฉันเมื่อ500ปีก่อนนะ

 

“500ปี!!” พัตธ์ตะลึงกับตัวเลขที่เขาได้รับรู้

 

รู้สึกว่าฉันจะหลับไปนานพอดูเลยสิเนี้ย ที่ไม่มีใครเข้าใกล้ที่นี่คงเป็นเพราะข่าวลือที่พวกที่ผนึกฉันปล่อยออกไปเพื่อไม่ให้
มีคนเข้าใกล้ที่นี่สินะเธอครุ่นคิดอยู่ช่วงนึง ในขณะนั้น เริ่มมีเสียงของเหมือนอะไรถล่มดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

ครืน...ครืน...

 

เอ๋ เกิดอะไรขึ้นอีกแล้วเนี้ยพัตธ์เริ่มมีท่าทีสงสัยอีกครั้งเพราะตอนที่เขาเข้ามาที่นี่ เสียงพวกนั้นมันก็เงียบไปแล้วแถม
ไม่มีทีท่าว่าจะถล่มอีกเลย

 

พวกที่ผนึกฉันคงตั้งกลไกไว้ละมั้ง ว่าถ้าฉันหลุดจากผนึกเมื่อไหร่ที่นี่จะถล่มเธอพูดขึ้นอีกครั้งนึงหลังจากเงียบไปสักพัก

 

หนีกันเถอะ ฉันจำทางลัดออกจากที่นี่ได้เธอพูดพลางเอามือมาจับที่ข้อมือของพัตธ์ แล้วพาวิ่งออกไปทางไหนสักแห่ง

 

ดะ...เดี๋ยวสิเธอจะพาฉันไปไหนเนี้ยพัตธ์พูดพลางวิ่งไปพร้อมกับเธอ

 

ไม่ใช่ เธอ รูนต่างหากฉันชื่อรูนเธอพูดพร้อมหันมายิ้มให้เขาช่างเป็นรอยยิ้มที่งดงามเหลือเกิน

พัตธ์คิดว่าตอนนี้เขาอยู่ในโลกแฟนตาซีอย่างไงอย่างนั้นเลย ไหนจะแวมไพร์ ผนึก กลไก แต่มันทำให้เขารู้สึกว่าโลกเรามีอะไรที่ไม่มีคนรู้อีกมากมายเหลือเกินจริงๆ

 

รูน เธอจะพาฉันไปไหนเนี้ยพัตธ์ทวนคำถามขึ้นอีกครั้งนึง ตอนนี้ไม่รู้ทำไมเขากำลังวิ่งผ่านทางที่เป็นช่องสีเหลี่ยม
ทอดยาวไปเรื่อยๆจนมองไม่เห็นทางออก

 

ฉันจำทางออกของที่นี่ได้ เราเดินไปตามทางนี้เรื่อยๆก็จะเจอทางออกแล้วหละเธอพูดไปพลางยิ้มไป สีหน้าเธอดูความสุขมากเลย

 

พัตธ์รู้ได้ทันทีเลยว่าเธอคงมีความสุขมากที่ได้ออกมาอีกครั้ง ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าแวมไพร์ก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป
ต้องการชีวิตอิสระ ไม่น่ากลัวอย่างที่นิยายแฟนตาซีเขียนไว้เท่าไหร่

 

อีกนิดเดียวว่าไกล้ถึงแล้วหละ

 

ตูม!!

 

สิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเส้นทางที่เขากำลังวิ่งผ่านไปนั้นดันถล่มลงที่รูนอยู่พอดีทำให้รูนตกลงไปข้างล่าง

 

รูนนนน!!”

 

หมับ!

 

โชคดีที่เขาคว้าข้อมือของเธอไว้ได้ทัน ทำให้เธอไม่ตกลงไปข้างล่าง แต่สภาพของเขาตอนนี้แค่พยายามพยุงร่างของตัวเอง
ไม่ให้ตกลงไปด้วยก็สุดกำลังแล้ว พัตธ์ลองชะเง้อมองลงไปข้างล่าง แต่มันลึกจนมองไม่เห็นข้างใต้เลย ตกลงไปคงไม่รอดชัวๆ

 

อั๊ก! ตัวของพัตธ์เริ่มถไหลไปข้างหน้าอย่างช้าๆเหมือนแขนของเขาจะรับน้ำหนักรูนไม่ไหว และดูเหมือนแขนของเขาจะเริ่มชาขึ้นเรื่อยๆ

 

มัวทำอะไรอยู่ จับมือฉันไว้สิพัตธ์ตะโกนบอกรูนซึ่งตอนนี้กำลังอึ้งกับสิ่งที่เขาทำอยู่

 

นายปล่อยฉันไปเถอะ ไม่งั้นนายจะตกลงมาด้วยนะ ฉันไม่ได้อยากให้ใครตายเพราะฉันเป็นต้นเหตุรูนพูดออกมาอย่างเศร้าๆเป็นสีหน้าที่ดูหดหู่ครั้งแรกตั้งแต่เขาได้เห็นรูนมา

 

จะบ้าหรอไง เธอจะมาตายที่นี่ไม่ได้นะ เธออุตส่าห์ออกมาได้ทั้งที ฉันรู้นะว่าเธอมีความสุข งั้นเธอก็ต้องมีความสุขต่อไปสิ!!” พัตธ์เริ่มฉุนกับสิ่งที่รูนพูดออกมาเพราะเขาไม่ใช่คนที่จะ ทิ้งคนอื่นไว้แล้วไปสบายอย่างแน่นอน พัตธ์พยายามฝืนแรงตัวเองดึงรูน
ขึ้นมาสุดกำลังอีกครั้ง

 

ยังไงฉันก็เหมือนคนที่เคยตายไปแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะรูนกลั้นใจพูดเพราะไม่อยากให้พัตธ์ต้องมาตายไปกับเธอด้วย มันคงหน้าเศร้าเกินไปที่จะให้ผู้ชายที่อุตส่าห์ช่วยทั้งปลดผนึกเธอและพยายามช่วยชีวิตเธออยู่นี้ต้องมาตาย ทันใดน้ำอุ่นๆก็ไหลรินผ่านแก้มของเธอออกมาอย่างไม่ขาดสาย

 

ถ้าเธออยากตายจริงๆ แล้วร้องให้ออกมาทำไมละ เธอจะมีความสุขทำไมเวลาได้ออกมาข้างนอก

 

ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว จับมือฉันขึ้นมายัยบ้า!!” พัตธ์พูดพลางจับมือเธอไว้แน่น มันยิ่งทำให้น้ำตาของรูนไม่หยุดไหล
เธอคงจะอยากมีชีวิตอยู่จริงๆนั่นเหละ

 

รูน พยายามเอื้อมมืออีกข้างขึ้นไปเพื่อไปจับมือของพัตธ์แต่มันไม่ทันเสียแล้ว

 

ตูม!!

 

เสียงของของพื้นเพียงที่เดียวที่พัตธ์ใช้พยุงตัวอยู่ถล่ม ทำให้ทั้งเขาและรูนตกลงไปข้างล่าง

 

ว้ากกกก!!!

 

พัตธ์ร้องเสียงหลงพลางคิดถึงพ่อแก้วแม่แก้วไว้

 

ซุ้มมมมมม!!

 

เสียงน้ำสาดกระจายไปทั่วบริเวณที่เขาตกลงมา โชคดีที่เขาตกลงมาน้ำ ไม่งั้นพรุ่งนี้คงมีศพเขาขึ้นอืดเป็นแน่แท้ พัตธ์คิดขึ้นขณะร่างกายของเขากำลังจมดิ่งลงไปในน้ำ เขารีบว่ายขึ้นมาหายใจทันทีก่อนที่เขาจะขาดอากาศหายใจ

 

ฟู่

 

พัตธ์สูดอากาศหายใจพลางมองไปรอบๆว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน สภาพรอบๆตอนเป็นเหมือนทางน้ำใต้ดินที่ไหนสักแห่ง สภาพรอบๆนั้นเป็นน้ำเห็นจะมีฝั่งอยู่ไม่ห่างไกลนัก

 

ฟู่....

 

เสียงของคนที่ดิ่งลงมาพร้อมกับเขาว่ายขึ้นมาตามหลังเขาเพียงไม่กี่นาที รูนดูปกติดีไม่มีบาดแผลอะไรมัน
ทำให้พัตธ์รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

รู้สึกว่าเราทั้งคู่จะไม่เป็นอะไรนะพัตธ์หันไปพูดกับรูนที่ตอนนี้ผมเปียกไปหมด

 

ก็บอกให้ปล่อยก็ไม่ยอมปล่อยเองนิรูนพูดแก้มป่องเหมือนกำลังงอนในสิ่งที่พัตธ์ทำอยู่

 

เอาน่า ยังไงก็รอดกันทั้งคู่ ไม่เป็นไรหรอก เมื่อกี้ฉันเห็นฝั่งด้วยละ ลองว่ายไปที่นั่นก่อนละกันพัตธ์พูดเหมือน
อดขำในท่าทีของเจ้าหล่อนไม่ได้ พลางว่ายไปที่ฝั่งโดยเร็ว

 

 

-----------------------------------------------------------------

 

 

เฮ้อ~ถึงสักทีตอนแรกคิดว่ามันจะใกล้กว่านี้ซะอีกพัตธ์พูดเชิงบ่นนิดๆพลางหันไปหารูนซึ่งตอนนี้กำลังขึ้นฝั่งตามหลังเขามา

 

สิ่งที่พัตธ์เห็นทำให้เขาตาค้าง ชุดที่รูนใส่ซึ่งตอนแรกมันก็เป็นชุดวันพีชสีขาวบางๆอยู่แล้ว บัดนี้เปียกน้ำทำให้เห็น
รูปร่างสัดส่วนของเธอชัดเจนขึ้นไปอีก

 

มองอะไรยะ!! ลามกกว่าที่คิดนะเนี้ย นายนะรูนพูดพลางเหน็บแนมมันทำให้พัตธ์ได้สติจากมิวมิ้ว อย่างได้ผลดี

 

ยะ..ใหญ่....เอ้ย ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ!!” พัตธ์ตกใจ ตอนนี้หน้าของเขาร้อนผ่าวไปหมด พลางรีบเอามือปิดตาอย่างรวดเร็ว

 

อุ๊บ!!...ฮ่าๆๆ นายนี่ติ๊งต๊องกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะรูนพูดพลางหัวเราะอย่างอดไว้ไม่อยู่

 

เชอะ....พัตธ์ทำท่าทีงอนๆ แต่มันยิ่งทำให้รูนขำมากขึ้นไปอีกจนน้ำตาไหล

ฮ่าๆๆ แล้วพัตธ์ก็หัวเราะด้วยอย่างไม่มีเหตุผล

 

คุยกันมาตั้งนานแล้ว ตกลงนายชื่ออะไรเนี้ย ฉันลืมไปได้ไงรูนหยุดหัวเราะอย่างหอบๆก่อนถามเขาขึ้นอีกครั้ง

 

ชื่อ พัตธ์ นะยินดีที่รู้จัก

 

ฉันบอกไปแล้วแต่ขอบอกอีกทีละกัน ฉันชื่อ อลิเซีย รูน เดอ ลาพีเทรีย ชื่อมันยาวหนะเรียกรูนก็พอแล้วรูนพูดพลางยิ้มให้พัตธ์ พัตธ์รู้สึกว่าเวลาเธอยิ้มนั้นน่ารักมากๆจนเขาละสายตาจากเธอไม่ได้เลย

 

เรื่องแนะนำตัวพอแค่นี้ก่อนละกัน ฉันว่าเราเดินไปตามทางที่เราขึ้นมาเรื่อยๆอาจจะเจอทางออกก็ได้นะพัตธ์เริ่มตัดบท พยางชี้ไปเส้นทางเส้นทางนึงที่อยู่ตรงทางของทั้งสองคน

 

ก็ได้ ลองไปกันเถอะพัตธ์รูนยิ้มให้พัตธ์พลางลุกขึ้น

ตอนนี้ทั้ง2คนกำลังเดินไปตามทางเพียงหนึ่งเดียวที่พบเพื่อหาทางออกไปข้างนอกกั้นอีกครั้ง

 

นี่รูนเธอเป็นแวมไพร์จริงๆหรอพัตธ์เริ่มหาอะไรมาถามเพื่อไม่ให้เงียบเกินไปขณะเดินไปตามทาง

 

จริงสิ ฉันเป็นแวมไพร์เลือดแท้นะ

 

เลือดแท้?” พัตธ์ทำหน้าสงสัย

 

อ๋อ สายเลือดฉัน พ่อกับแม่เป็นแวมไพร์ฉันเลยออกมาโดยไม่มีเลือดอื่นปนอยู่ เลยเรียกว่าสายเลือดแท้นะ
แต่ก็มีแวมไพร์บางจำพวกที่หลงรักมนุษย์ ถ้าให้กำเนิดลูกออกมาจะเรียก แดมพีล ที่เหมือนลูกผสมหนะ

 

อืม...อย่างนี้นี่เอง แปลว่ายังมีแวมไพร์นอกจากเธออีกเยอะเลยสินะพัตธ์เริ่มถามอีกครั้งพลางทำหน้าสนใจอย่างสุดๆ

 

ก็ ใช่นะ ถึงแวมไพร์จะไม่ดื่มเลือดตามที่คนส่วนมากคิดไว้ แต่แวมไพร์กลัวแสงอาทิตย์นะ ถ้าโดนแสงอาทิตย์เข้า แม้จะเป็นเพียงสายเลือดครึ่งเดียวอย่างแดมพีล ก็ยังต้องสลายเป็นผุยผงทุกรายเลยละทำให้ไม่ค่อยมีคนพบมากนัก

 

เพียงแต่...รูนเริ่มทำเสียงเศร้าอีกครั้ง

 

เพียงแต่อะไรหรอพัตธ์เริ่มทำหน้างงๆ

 

เพียงแต่ฉันเป็นแวมไพร์ที่ไม่กลัวแสงอาทิตย์นะสิรูนทำท่าเหมือนจะร้องให้เพราะตั้งแต่ตอนเด็กเธอนั้นไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียวเพราะเธอเป็นแวมไพร์จะไปสุงสิงกับมนุษย์ก็ไม่ได้ แถมแม้แต่เพื่อนแวมไพร์ก็ไม่มีใครคบเธอเพราะเห็นเธอเป็นตัวประหลาด

 

หรอ...ฉันว่ามันก็เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจนะ เพราะสิ่งที่คนอื่นกลัวแต่เธอไม่กลัวมัน เป็นฉันคงดีใจตายเลยละพัตธ์ยิ้มพลางมองไปไปหารูนมันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย เพียงแค่คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคแค่นั้นเอง

 

ขอบใจนะรูนยิ้มให้พัตธ์อีกครั้งเหมือนเธอเริ่มหายจากอาการเศร้าอีกครั้งนึง

 

แบบนี้แวมไพร์ก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์เลยนะสิพัตธ์เริ่มสรุป

 

มันก็ไม่เชิงนะ สิ่งที่แวมไพร์มีแต่มนุษย์ไม่มีก็คือ....อ๊ะ! ตรงนั้นมีแสงสว่างด้วยละ ลองไปดูกันเถอะพัตธ์รูนรีบ
วิ่งไปหาแสงสว่างข้างหน้าทั้งที่ยังพูดไม่จบ ทำให้พัตธ์ต้องรีบวิ่งตามเธอไป

 

เฮ้...รูนรอกันด้วยสิ แฮ่กๆพัตธ์หอบหลังเขาวิ่งตามรูนมา สิ่งที่เขาเห็นข้างหน้าดันไม่ใช่ทางออกแต่เป็นแสงจากคบเพลิงทั้งสี่ด้านของห้องรูปทรงสี่เหลี่ยมอีกด้านมีทางเดิน
ให้เดินต่อไปอีก ด้านข้างมีรูปปั้นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่

 

พัตธ์กับรูนก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องอย่างช้าแต่ทันใดนั้น พื้นดินก็เริ่มสะเทือน

 

ครืน...ครืนนนน.....

 

รูปปั้นเริ่มขยับเขยื้อนอย่างช้าๆ มันเริ่มมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งนึง มันลุกขึ้นเดินมาอยู่หน้ารูนกับพัตธ์ อย่างอืดอาด
ดูเหมือนจะมีแต่พลังแต่ไร้ความเร็วโดยสิ้นเชิง

 

นะ...นั่นมันอะไรกัน..พัตธ์เริ่มตกใจกับสิ่งที่เขาเห็น รูปปั้นขนาดใหญ่กว่า4เมตรกำลังเดินมาหาเขาอย่างช้าๆ

 

คงเป็นโกเลมสินะ มันคงถูกตั้งไว้ว่าถ้ามีใครจะผ่านทางนี้มันจะตื่นขึ้นมาเพื่อกำจัดสิ่งนั้นรูนพูดพลางมองไปทางรูปร่างอันใหญ่โตของโกเลมร่างยักษ์ตรงหน้าเธอ

 

เจ้าผู้หลงทางในความมืดเอ๋ย....ถ้าเจ้านั้นแสวงหาแสงสว่างจริง

เส้นทางข้างหลังข้านั้นคือทางไปหาแสงสว่างนั่น.....

เจ้ามีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นคือต้องล้มข้าให้ได้....จะเข้ามาทั้งคู่หรือคนเดียวก็ได้แล้วแต่เจ้า....

 

เสียงของโกเลมดังขึ้น พัตธ์เข้าใจแล้วว่าถ้าไม่ชนะเจ้าโกเลมยักษ์ใหญ่นี่ก็ไม่สามารถไปถึงทางออกได้

แต่จะทำยังไงหละ!! เจ้าโกเลมนี่ทั้งตัวใหญ่แล้วดูจากท่าทาง ถ้าเขาโดนมันทุบแค่ทีเดียวชีวิตก็คงหาไม่แล้ว

 

มาสิเจ้าโกเลม ฉันจะเป็นคู่ต่อสู้ให้แกเองอยู่ดีๆรูนก็พูดอย่างมีสีหน้ามั่นอกมั่นใจมันทำให้พัตธ์อดสงสัยไม่ได้

 

เดี๋ยวสิ มันตัวโตขนาดนั้นเลยนะ เธอจะไปสู้มันได้หรอพัตธ์ถามรูนอย่างไม่มั่นใจ

 

เอาน่า นายดูไปก่อนละกันรูนยิ้มให้พัตธ์พลางเดินไปหาโกเลมข้างหน้า

 

ฮ่าๆ สาวน้อยนี่เจ้าไม่กลัวข้าเลยรึ อย่างมาเสียดายชีวิตภายหลังละกันโกเลมหัวเราะอย่างขำๆเหมือนต้องการดูถูกสาวน้อย
ข้างหน้าที่มีแต่ร่างบอบบางไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับมัน

 

พลังมันไม่ได้อยู่ที่ขนาดตัวหรอกน่ะ เจ้าซื่อบื้อรูนยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

งั้นลองเจอนี่หน่อยละกันเจ้าโกเลมเหมือนฉุนจัด ง้างมือออกไปทุบที่ร่างเล็กๆของรูน
มือขนาดใหญ่ของมันฟาดไปทางรูนอย่างรุนแรง ทำให้มีเสียงแหวกอากาศดังสนั่น

 

ตูมมมมมมมมมมมมมม.....

 

ฝุ่นกระจายไปเป็นบริเวณกว้างภายในห้อง พัตธ์เอาแขนมาบังแรงลมและฝุ่นไม่ให้เข้าตาพลางมองหารูนซึ่งตอนนี้มองไม่เห็นอะไรเลย

 

รูน!!!” พัตธ์ตะโกนหารูน ตอนนั้นเองเหมือนมีลมอะไรบางอย่างพัดฝุ่นแถวนั้นออกเป็นวงกว้างทำให้พัตธ์เห็นรูนได้อย่างชัดเจน

 

พัตธ์นายเคยถามสินะว่าแวมไพร์ต่างกับมนุษย์ตรงไหนรูนเอ่ยถามพัตย์ ตอนนี้สภาพข้างหน้าเป็นภาพที่ไม่อยากเชื่อรูนใช้เพียงมือซ้ายเพียงข้างเดียวรับหมัดขนาดใหญ่ของโกเลมไว้ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

 

นี่มันอะไรกัน..!!” โกเลม พูดขึ้นมาอย่างตกใจเพราะหมัดของมันไม่มีผลกับสาวน้อยร่างบางคนนี้เลย

 

เพราะว่าแวมไพร์นั้นสามารถใช้พลังมารที่อยู่ในร่างกายมาช่วยเสริมพลังโจมตีได้ไงละ”  รูนกล่าวสรุปพลางยกมือขวาขึ้นซึ่งตอนนี้เหมือนมีแสงสีดำล้อมรอบมือของเธออยู่

 

บอกแล้วไงพลังที่แท้จริง มันไม่ได้อยู่ที่รูปร่าง เจ้าโกเลมซื่อบื้อรูนพูดพลางขว้างลูกพลังขนาดใหญ่
ซึ่งขณะตอนลูกพลังเริ่มเข้าใกล้โกเลม
มันได้เปลี่ยนเป็นใบมีดสีดำคมกริบ ฟาดเข้าหาร่างของโกเลมยักษ์อย่างรวดเร็ว 

 

สวบ!!!

 

ร่างของโกเลมขาดเป็นชิ้นๆ หลังจากนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้นจากซากโกเลมที่กระจัดกระจายอยู่โดยรอบ

 

ตูม!!! ร่างของโกเลมขนาดใหญ่ตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่ซาก

 

สะ...สุดยอดเลยพัตธ์พูดอย่างอึ้งๆ เขาวิ่งไปรูนซึ่งตอนนี้ยืนอยู่กลางซากของโกเลมตัวนั้น

แต่ตอนนั้นเองร่างที่ยืนหยัดของรูนตอนนี้เกิดอาการเซเหมือนจะล้มลงกับพื้น มันทำให้พัตธ์ต้องรีบวิ่งไปประคองตัวเธอไม่ให้ล้มไปกองกับพื้น

 

เหนื่อยจังเลย ไม่ได้ใช้พลังมารมาซะนาน ขอพักสักหน่อยนะพัตธ์รูนทำหน้าเหมือนจะหลับ
สายตาตอนนี้ของเธอเลื่อนลอยไปไหนต่อไหนแล้ว

 

โธ่...ไม่เห็นต้องขอเลยนิ ยังไงก็ใกล้ถึงทางออกแล้ว เดี๋ยวฉันจะพาเธอออกไปเองพัตธ์ยิ้มให้รูนพลางเปลี่ยนท่าแบกเธอขี่ขึ้นหลังของเขาและเดินออกไปทางประตูทางออกที่เจ้าโกเลมนั้นบอกไว้

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

 

แสงสว่าง....นั่นใช่แสงสว่างจริงๆด้วย พัตธ์คิดพลางวิ่งไปที่นั่นอย่างรวดเร็วทั้งๆแบกรูนอยู่ข้างหลัง

 

ฮ้า~~พัตธ์พยายามสูดอากาศให้เต็มปอด
ในที่สุดเขาก็ออกมาเจอแสงสว่างของแสงอาทิตย์กับท้องฟ้าจนได้ ฝนคงหยุดตกไปนานแล้วแน่ๆเลยเพราะตอนนี้แดดจ้าแต่ไม่ร้อนมากนัก นี่คงจะใกล้เที่ยงแล้วสินะ พัตธ์คิดในใจ พลางหันไปมองปากถ้ำและพื้นที่โดยรอบที่เขาออกมา  

 

ที่ๆเขาออกมาคงเป็นปากถ้ำด้านล่างของเนินคฤหาสน์ที่เขาขึ้นไปนั่นเอง มันถูกซ่อนไว้มิดชิดมาก
เพราะว่ามีทั้งต้นไม้และพงหญ้าขึ้นหนาทึบไปหมด  คิดว่าคงไม่เคยมีคนมาเห็นเลย

 

รูนดูนี่สิ ท้องฟ้ากับแสงอาทิตย์ไง เราออกมาข้างนอกแล้วนะพัตธ์พูดพลางหันหน้าไปหารูนที่แบกอยู่ข้างหลังซึ่งตอนนี้เธออยู่ในอาการงัวเงียหลังจากถูกพัตธ์ปลุกให้ตื่น

 

สวยจังเลย อากาศก็ดีด้วยคิดถึงจังรูนทำหน้ามีความสุขมากๆที่ได้ออกมาเห็นข้างนอกอีกครั้ง

 

แล้วจะทำยังไงต่อละ รูนพัตธ์เริ่มสงสัยเพราะตอนนี้เขาไม่คิดว่ารูนจะไปไหนได้เพราโลกมันต่างจาก500ปีก่อนอยู่เยอะเหมือนกัน

 

พัตธ์จะเป็นอะไรมั้ย ถ้าฉันจะไปขออยู่บ้านนายหนะ

 

อะไรนะ!!” พัตธ์ตกใจกับสิ่งที่รูนพูดขึ้นมาหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนสี เพราะในชีวิตนี้เขายังไม่เคยพาสาวเข้าบ้านเลยสักคน

 

ไม่ได้หรอ?”

 

กะ....ก็ได้ในที่สุดพัตธ์ก็ต้องตอบตกลงไปเพราะยังไงรูนคงไปไหนไม่ได้ อีกทั้งมีเขาคนเดียวที่พอจะช่วยเหลือเธอได้ 

 

ขอบใจนะรูนพูดอย่างแผ่วเบาและหลับลงบนหลังของพัตธ์อีกครั้ง

 

เฮ้ย อย่าเพิ่งหลับสิ นี่ฉันต้องแบกเธอไปถึงบ้านเลยหรอ

 

สำหรับพัตธ์แล้ววันนี้คงเป็นวันที่ไม่น่าเชื่อวันนึงสำหรับเขาเลย มีเรื่องต่างๆเข้ามามากมายภายใน
ครึ่งวันที่เขาเข้าไปในคฤหาสน์หลังนั้น แต่หารู้ไม่ว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทุกๆวันของเขาจะเป็นวันไม่น่าเชื่อทุกวัน

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป....

 

 

ตัวอย่างตอนต่อไป

การปรากฏตัวของนางเอกคนที่สอง เรื่องวุ่นๆในวันเรียนวันแรกหลังไม่ได้เข้าปฐมนิเทศของพัตธ์
อีกทั้งรูนที่แอบตามเขามาที่โรงเรียนอีก เรื่องวุ่นๆนี่จะจบลงเช่นได.....

 

 

 

 

 

จากใจผู้เขียน

จะว่าไงดีหละนี่คงเป็นผลงานแรกของผมที่เขียนเป็นเรื่องแรกละมั้งครับ ยังก็ขอฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ

ช่วยติชมเรื่องนี้ได้น่ะครับ เพราะผมจะพยายามเอาไปปรับปรุงในตอนต่อๆไป

สำหรับผลงานชิ้นนี้แนวของเรื่องคงสามารถเป็นได้ทุกแนวตามที่ผู้เขียนต้องการ แต่แก่นของเรื่องคงจะเป็นเรื่องราว
ของความรักมากกว่าอย่างอื่นแต่สอดแทรกทุกแนวลงไป

เรื่องคำผิดผมพยายามตรวจสอบดูแล้วถ้ามันยังเล็ดลอดก็ช่วยเตือนผมด้วยนะครับ 

สุดท้ายนี้ช่วยติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 


edit @ 2 Jun 2008 06:12:44 by แมวบ้า~ ►โหมด|หนอนอนิเม◄