Pretty Party : อลวน ปีศาจอลเวง | Contract 1
posted on 26 May 2008 20:32 by kurokun
Contract 1 : เธอนะหรอเป็นแวมไพร์
เสียงลมเงียบสงบ~
ลมเย็นสบายใจ~
เมืองที่มีเนินเขา~
ต้นไม้ร่มเย็น~
และหลงทาง?....
“ที่นี่มันที่ไหนกันฟระ!” พัตธ์สบถอย่างเซ็งๆ
เพราะตอนนี้ตัวเขายืนอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในวันเปิดเทอมวันแรกของ
ช่วงชั้นมัธยมปลายไม่แปลกที่เขาจะหลงทางเพราะเขาเพิ่งย้ายบ้านมาเมืองนี้ได้ไม่ถึง3วัน
“เฮ้อ~ แบบนี้ตรูต้องไปสายตั้งแต่วันปฐมนิเทศหรอเนี้ย!”
อ๊ากกกกก~~!!!
เสียงร้องโหยหวนช่างเข้ากันกับบรรยากาศหน้าคฤหาสน์หลังนั้นเสียจริงเพราะสภาพของ
คฤหาสน์หลังนั้นซ่อมซ่อแถมเหมือนบ้านผีสิงอย่างไงอย่างนั้นเลย
แปะๆ...แปะๆ...
เสียงฝนเริ่มโปรยลงมาอย่างคาดไม่ถึงก็แน่หละก็ตอนนี้มันฤดูฝนแล้วนี่นา
“โอ้ว พระเจ้า! ทำไมตรูซวยเยี่ยงนี้หลงทางไม่พอฝนดันตกอีก ” สีหน้าพัตธ์เหมือนคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะตอนนี้สถานที่หลบฝนนั้นมีเพียง....
คฤหาสน์หลังนั้นนั่นเองพัตธ์พลางหันมามองคฤหาสน์อย่างช้าๆ
สภาพตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับบ้านผีสิง ยิ่งครึ้มฟ้าครึ้มฝนอยู่ระดับความหลอนใช้ได้เลยทีเดียว
“เอาวะ!” พัตธ์ตัดสินใจพร้อมเปิดประตูเหล็กที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กบานใหญ่ เข้าไปในบริเวณคฤหาสน์ เขาพยายามมองหาสิ่งที่กำบังฝนได้ ซึ่งตอนนี้ก็มีแค่กันสาดบริเวณประตูคฤหาสน์ที่พอจะกันฝนให้เขาได้
“คงมีแค่กันสาดตรงประตูนั่นละมั้งที่สภาพยังใช้ได้อยู่”
พัตธ์คิดในใจ
เขานั่งลงที่บันไดด้านหน้าประตูตอนแรกเขาก็แค่คิดว่านั่งตรงระเบียงทางเข้า
ก็พอเพราะมีกันสาดพอที่จะกันฝนให้เขาได้แล้ว
เปรี้ยง~!! ครืนๆ...
แต่สักพักฝนเริ่มตกหนักมากขึ้นจนกันสาดเริ่มจะกันไม่ไหวสาดเข้ามาถึงตัว
ของพัตธ์ทำให้ตัวของเขาเริ่มเปียกชื้นขึ้นเรื่อยๆ
พัตธ์หันไปมองคฤหาสน์จากรอยเปิดที่ประตูแง้มออกมาอย่างสงสัยแต่มันมืดจนมองแทบไม่เห็นข้างใน
“จำไว้นะพัตธ์ อย่าเข้าใกล้คฤหาสน์บนเนินเขานั่นเด็ดขาดนะจ๊ะ”
“เอ๋?”
เหมือนเสียงของใครบางคนแว่วเข้าหูของเขาโดยบังเอิญ ทำให้เขาเริ่มนึกเรื่องของคำเตือนที่คุณน้าบอกเอาไว้ตอนเขาออกจากบ้านได้
เรื่องของคฤหาสน์บนเนินเขาของเมืองนี้
จากคุณน้าของเขานั่นเองว่า คฤหาสน์บนเนินเขานั้นที่ไม่ค่อยจะมีคนขึ้นไป
เพราะที่นั่นเป็นที่สถานที่ต้องสาปเพราะเป็นสถานที่ทำพิธีทางไสยเวทย์ในสมัยก่อน
และมีเรื่องลึกลับเล่ากันต่อๆกันมา
ทั้งเรื่องที่เวลากลางคืนจะมีแสงไฟประหลาดสว่างวาบจากที่นั่น
หรือเสียงร้องโหยหวนของวิญญาณ
ทำให้ไม่ค่อยมีไครจะขึ้นไปที่นั่นสักเท่าไหร่
“สะ..เสียใจด้วยนะครับ คุณน้าเพราะตอนนี้ผมดันยืนอยู่หน้าคฤหาสน์นั่นซะแล้ว ”
พัตธ์นึกเสียใจที่เขารู้สึกตัวช้าไป
ขณะนี้...
พัตธ์กำลังชั่งจิตใจของเขาว่าจะวิ่งตากฝนออกจากคฤหาสน์ประวัติไม่น่าพิสมัยนี่หรือจะทนรอจนฝนซาลงก่อนดี
แต่เหมือนไม่จำเป็นต้องให้เขาคิดเลยเพราะฟ้าก็ให้คำตอบเขาทันที
เปรี้ยง~!!!
เสียงฟ้าผ่าลงมาโดนประตูเศษเหล็กที่หน้าคฤหาสน์และต้นไม้แถบนั่นเป็นแสงสว่างจ้าไปหมด
พัตธ์รีบยกแขนทั้ง2ข้าง
ขึ้นมาบังแสงสว่างนั่นทันที ทันใดที่แสงสว่างหายไปประตูซากเหล็กตอนนี้กระจายเละเทะไม่มีชิ้นดี
ต้นไม้ควันคลุ้งไปหมด
นี่สินะที่เขาพูดกันว่า... “ฟ้าเป็นใจ”
ไม่เพียงแค่นั้นฟ้ายังร้องต่อไปเหมือนต้องการบอกให้รู้ว่า “ถ้าแกออกมาแกได้เป็นเหมือนเศษเหล็กนั่นแน่ๆ” อีกทั้งฝนยังตกหนักจนฟ้ามืดแทบดูไม่ออกเลยว่าตอนนี้เพิ่งจะ 8โมงกว่าๆเอง
หนทางที่เขาจะหลบฝนและฟ้าผ่าได้ก็คงมีแต่ในคฤหาสน์หลังนั้นแล้วสิ
“อย่างนี้คงไม่มีทางเลือกแล้วสินะ” พัตธ์พูดพลางเปิดประตูเข้าไปในคฤหาสน์ ระหว่างนั้นเขาเอาแต่คิดปลอบใจตัวเองว่า “ยังไงตอนนี้มันก็ยังเช้าๆอยู่คงไม่มีอะไรหรอกน่า ผะ...ผะ...ผีเผอที่ไหนจะออกมาตั้งแต่เช้ากัน”
สำหรับพัตธ์แล้ววันนี้คงเป็นวันที่ซวยสุดๆวันนึงเลย ทั้งไปปฐมนิเทศไม่ทัน ฝนตกตัวเปียกแฉะ แถมยังต้องมาหลบในคฤหาสน์ผีสิงอีก
สภาพบรรยากาศภายในคฤหาสน์ช่างวังเวงนัก หยากไย่และเศษอะไรต่อมิอะไรเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด
ทั้งเศษกระจก เศษกำแพง และขยะอีกมากมาย แต่ความโทรมของมันยังปิดบังความอลังการของที่นี่ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“เหมือนเมื่อก่อนจะหรูแฮะที่นี่”
พัตธ์พูดพลางมองไปเห็นบันไดขนาดใหญ่แยกออกเป็น2ทาง มีห้องแยกออกเป็นหลายๆห้อง ที่เด่นที่สุดก็คงจะเป็นโคมไฟระย้าขนาดใหญ่3อันที่อยู่บริเวณเหนือหัวของ
เขา ถ้าที่นี่มันไม่เก่าซอมซ่อ ที่นี่คงเป็นสถานที่งดงามน่าดูเลยทีเดียว
กึง!!!
เสียงประตูไม้ปิดดังสนั่นความมืดเริ่มแผ่กระจายไปทั่วคฤหาสน์
“เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น!!” พัตธ์ร้องเสียงหลง เพราะจากบรรยากาศชวนน่าสยดสยองตอนนี้มันยิ่งน่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม เนื่องด้วยความตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ขาของเขาสั่นไม่เป็นสุขและเริ่มขยับตัวถอยหลังไปเรื่อยๆอย่างไม่มีสติ
แกร๊ก!
“เอ๊ะ?..” เสียงเหมือนกับเท้าของเขาไปเหยียบอะไรนูนๆสักอย่างเข้านั่นเอง แต่ก่อนที่พัตธ์จะทันได้หันไปมองเท้าของเขา
ครืน...ครืน....
เหมือนเสียงอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เสียงฟ้าร้องแต่เป็นเสียงอะไรบางอย่างภายในคฤหาสน์เริ่มขยับเคลื่อนไหว
สภาพภายในคฤหาสน์เหมือน
แผ่นดินไหว ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
“นี่มันอะไรกัน ถ...ถะ..ที่นี่กำลังถล่มงั้นหรอ” แต่ไม่ทันสิ้นข้อกังวลใจของพัตธ์
เปรี๊ยะ....เปรี๊ยะ....
พื้นบริเวณนั้นแตกออกเป็นทางรอบตัวของพัตธ์อย่างรวดเร็ว พัตธ์รีบวิ่งไปทางประตูให้เร็วที่สุดเท่าที่ขาของเขาจะวิ่งได้ แต่ก็ไม่ทันที่จะถึงประตูพื้นก็ถล่มลงไปข้างล่างเสียแล้ว
ตูม!!!
“ว้ากกกก~~~กก“ พัตธ์ ร้องเสียงหลงเพราะตัวเขากำลังตกไปลงข้างล่างอย่างรวดเร็ว
----------------------------------------------------------------------------------------
ติ๋ง..ติ๋ง....
เสียงหยาดน้ำหยดลงบนใบหน้าของพัตธ์อย่างช้าๆทำให้เขาเริ่มรู้สึกตัว
“อูย...นี่เรายังไม่ตายอีกหรอเนี้ย อย่างกับแมงสาบแนะ” พัตธ์พูดพลางลุกขึ้นยืนและสำรวจบาดแผลของตัวเขา
ทั้งที่ตกลงมาสูงขนาดนั้นแต่บาดแผลของพัตธ์นั้นมีเพียงแค่แผลถลอกที่ข้อศอกกับขานิดหน่อยเท่านั้นเอง
“ที่นี่มันเป็นที่ไหนกันแน่นะเราตกลงมาข้างล่างของคฤหาสน์งั้นหรอ
ตอนที่ตกลงมาเราเห็นว่ารอยแตกนั่นไม่ใช่ฝีมือธรรมชาติแน่ๆ มีไครบางคนสร้างเส้นทางที่นี่ขึ้นมาก่อนแล้ว”พัตธ์ครุ่นคิดอย่างสงสัย แต่กระนั้นสิ่งที่ดึงความสนใจของพัตธ์ออกจากเรื่องทั้งหมดตอนนี้คือ....แสงสีเขียวลอดผ่านออกมา
จากทางที่น่าจะเป็นเส้นทางใต้ดินของที่นี่ เขาไม่รอช้าเดินไปตามทางเข้าใกล้แสงสีเขียวขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งที่พัตธ์ได้เห็น
มันทำให้เขาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะนึง ข้างหน้าเขาตอนนี้มีเส้นทางขนาดใหญ่ทอดยาว
ไปจนถึงต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้จากที่ที่เขายืนอยู่
สีเขียวมรกตของคริสตัลและน้ำรอบทางเดินนั้นเป็นอะไรที่สวยงามจนหาคำมาเปรียบแทบไม่ได้
หิ่งห้อยสีเขียวที่เขาไม่เคยเห็นกำลังส่องแสงสวยงามอยู่ตามทางเดิน
มันทำให้เขาอดที่จะเดินเข้าไปตามทางเดินไม่ได้
“อะไรกันที่นี่ สถานที่สวยงามอย่างนี้อยู่ใต้คฤหาสน์ที่เก่าโทรมขนาดนั้นเนี้ยนะ” พัตธ์เอ่ยขึ้นอย่างทึ่งๆ
ขณะที่เขาเดินไปเรื่อยๆ
ตอนนี้เขาอยู่หน้าต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นที่เห็นก่อนที่เขาจะเดินมาถึงแล้ว
เหมือนที่นี่จะสวยงามมากกว่า
ทางเข้าอีกต้นไม้ขนาดใหญ่มากกว่าที่เขาคิดไว้ตั้งเยอะ รอบๆต้นไม้เป็นพื้นที่รูปวงกลม
มีดอกไม้นานาพันธุ์หลายชนิดหลากหลายสีอยุ่เต็มไปหมด
ขณะกำลังชมความสวยงามของที่นี่อยู่นั้น พัตธ์ได้สังเกตเห็นกล่องอะไรบ้างอย่างอยู่หน้าต้นไม้ เป็นกล่องแนวนอนขนาดใหญ่สีดำมันวาว
“นี่มันกล่อง อะไรหนะ” พัตธ์เริ่มสงสัยทำให้เขาลองเปิดฝากล่องขึ้น
แต่สิ่งที่อยู่ภายในกล่องนั้นทำให้พัตธ์แถบผงะ เป็นร่างของหญิงสาวผิวเนียนขาว ผมสีเหลืองหลับตาเอามือประสานกันนอนอยู่ภายในกล่องโดยมีดอกไม้สีขาวอยู่รอบๆตัว
ซึ่งบัดนี้ พัตธ์ก็เข้าใจแล้วว่า ไอกล่องที่เขาคิดมันคือโลงศพ!!
พัตธ์เกิดอาการตกใจสุดขีดที่เห็นศพตัวเป็นๆ
ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกเริ่มถอยหลังออกมาอย่างช้าๆ
โดยไม่ทันสังเกตเห็นก้อนหินที่วางอยู่ข้างหลงของเขา
หวอ!!….ผลั่ก!!
พัตธ์สะดุดล้มหงายหลังลงไปกับพื้น ขณะที่เขากำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ก็มีอีกสิ่งทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อหญิงสาวที่เคยนอนอยู่ในโลงนั้นลุกขึ้นมาในชุดขาวสะอาด พลางโบกมือให้เขา
“ ฮ้าวว~~ไง นายเป็นคนปลุกเราขึ้นมาหรอ ขอบใจจริงๆนะ” หญิงสาวคนนั้นยิ้มให้พัตธ์
ผมสีทองที่สยายไปตามสายลม ทำให้ใบหน้าที่คมคายของเธอสวยงามมากกว่าเดิม ตาโตสีฟ้าดูน่ารักในแบบผู้หญิงวัยรุ่น
“ ดูอย่างนี้แล้วอย่างกับตุ๊กตาเลยเฮะ “ พัตธ์คิดในใจ ตอนนี้เขาลำดับเหตุการณ์ไม่ถูกแล้วทั้งเรื่องสถานที่นี้ โลงศพ คฤหาสน์ (โดยลืมเรื่องปฐมนิเทศไปแล้ว)
“ถะ...ทำไมเธอไปนอนอยู่ นะ....ในนั้นได้หละ” พัตธ์ถามเสียงสั่นเพราะตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเธอที่อยู่ข้างหน้าเขาเป็นใคร
“ฉันหรอ? อืม...รู้สึกเมื่อตอนนั้นฉันจะโดนผนึกไว้ที่นี่นะถ้าจำไม่ผิด” เธอตอบพัตธ์ด้วยเสียงเรียบๆเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“ผนึก?”
“ช่ายยย....ก็ฉันเป็นแวมไพร์นิ” เธอตอบพัตธ์ด้วยน้ำเสียงแบบเดิมแต่ตอนนี้สีหน้าพัตธ์ตอนนี้กลัวจนตัวแข็งแล้ว พัตธ์เริ่มนึงถึงภาพแวมไพร์ที่หนังสือแฟนตาซีต่างๆที่เขาเคยอ่านมา มันทั้งสยดสยอง และน่ากลัว มันจึงทำให้ตัวเขาสั่นไม่เป็นสุข
จากท่าทางของพัตธ์ เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเขากำลังกลัวเธออยู่
“ไม่ต้องห่วงฉันไม่ดูดเลือดหรอก
เหม็นคาวจะตายไปไครจะไปดื่ม แล้วก็ฉันไม่มีเขี้ยวด้วย”เธอพูดพลางยิงฟันให้เขาดู
ฟันเขี้ยวของเธอก็เหมือนคนปกติทั่วไป
เฮ้อ~
พัตธ์ถอนหายใจ
เหมือนเขาจะสบายใจไปเปราะนึงแล้ว แต่ยังไงข้างหน้าเขาตอนนี้ก็คือแวมไพร์ปีศาจที่เขาคิดว่ามีอยู่เพียงแค่
ในเทพนิยายเท่านั้น แต่ตอนนี้ความกลัวก็ไม่อาจปิดความสงสัยของเขาได้อีกต่อไป
“แล้วที่นี่มันเป็นที่ไหนกัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“เรื่องนั้นฉันก็จำไม่ได้ด้วยสิ แต่ที่นี่เคยเป็นส่วนนึงของสถานที่ใช้ผนึกฉันเมื่อ500ปีก่อนนะ”
“500ปี!!” พัตธ์ตะลึงกับตัวเลขที่เขาได้รับรู้
“รู้สึกว่าฉันจะหลับไปนานพอดูเลยสิเนี้ย
ที่ไม่มีใครเข้าใกล้ที่นี่คงเป็นเพราะข่าวลือที่พวกที่ผนึกฉันปล่อยออกไปเพื่อไม่ให้
มีคนเข้าใกล้ที่นี่สินะ” เธอครุ่นคิดอยู่ช่วงนึง
ในขณะนั้น เริ่มมีเสียงของเหมือนอะไรถล่มดังขึ้นมาอีกครั้ง
ครืน...ครืน...
“เอ๋ เกิดอะไรขึ้นอีกแล้วเนี้ย”
พัตธ์เริ่มมีท่าทีสงสัยอีกครั้งเพราะตอนที่เขาเข้ามาที่นี่ เสียงพวกนั้นมันก็เงียบไปแล้วแถม
ไม่มีทีท่าว่าจะถล่มอีกเลย
“พวกที่ผนึกฉันคงตั้งกลไกไว้ละมั้ง ว่าถ้าฉันหลุดจากผนึกเมื่อไหร่ที่นี่จะถล่ม” เธอพูดขึ้นอีกครั้งนึงหลังจากเงียบไปสักพัก
“หนีกันเถอะ ฉันจำทางลัดออกจากที่นี่ได้”เธอพูดพลางเอามือมาจับที่ข้อมือของพัตธ์ แล้วพาวิ่งออกไปทางไหนสักแห่ง
“ดะ...เดี๋ยวสิเธอจะพาฉันไปไหนเนี้ย” พัตธ์พูดพลางวิ่งไปพร้อมกับเธอ
“ ไม่ใช่ “เธอ” รูนต่างหากฉันชื่อรูน ” เธอพูดพร้อมหันมายิ้มให้เขาช่างเป็นรอยยิ้มที่งดงามเหลือเกิน
พัตธ์คิดว่าตอนนี้เขาอยู่ในโลกแฟนตาซีอย่างไงอย่างนั้นเลย ไหนจะแวมไพร์ ผนึก กลไก แต่มันทำให้เขารู้สึกว่าโลกเรามีอะไรที่ไม่มีคนรู้อีกมากมายเหลือเกินจริงๆ
“รูน เธอจะพาฉันไปไหนเนี้ย”
พัตธ์ทวนคำถามขึ้นอีกครั้งนึง ตอนนี้ไม่รู้ทำไมเขากำลังวิ่งผ่านทางที่เป็นช่องสีเหลี่ยม
ทอดยาวไปเรื่อยๆจนมองไม่เห็นทางออก
“ฉันจำทางออกของที่นี่ได้ เราเดินไปตามทางนี้เรื่อยๆก็จะเจอทางออกแล้วหละ” เธอพูดไปพลางยิ้มไป สีหน้าเธอดูความสุขมากเลย
พัตธ์รู้ได้ทันทีเลยว่าเธอคงมีความสุขมากที่ได้ออกมาอีกครั้ง
ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าแวมไพร์ก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป
ต้องการชีวิตอิสระ ไม่น่ากลัวอย่างที่นิยายแฟนตาซีเขียนไว้เท่าไหร่
“อีกนิดเดียวว่าไกล้ถึงแล้วหละ”
ตูม!!
สิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเส้นทางที่เขากำลังวิ่งผ่านไปนั้นดันถล่มลงที่รูนอยู่พอดีทำให้รูนตกลงไปข้างล่าง
“รูนนนน!!”
หมับ!
โชคดีที่เขาคว้าข้อมือของเธอไว้ได้ทัน
ทำให้เธอไม่ตกลงไปข้างล่าง แต่สภาพของเขาตอนนี้แค่พยายามพยุงร่างของตัวเอง
ไม่ให้ตกลงไปด้วยก็สุดกำลังแล้ว พัตธ์ลองชะเง้อมองลงไปข้างล่าง
แต่มันลึกจนมองไม่เห็นข้างใต้เลย ตกลงไปคงไม่รอดชัวๆ
อั๊ก! ตัวของพัตธ์เริ่มถไหลไปข้างหน้าอย่างช้าๆเหมือนแขนของเขาจะรับน้ำหนักรูนไม่ไหว และดูเหมือนแขนของเขาจะเริ่มชาขึ้นเรื่อยๆ
“มัวทำอะไรอยู่ จับมือฉันไว้สิ”พัตธ์ตะโกนบอกรูนซึ่งตอนนี้กำลังอึ้งกับสิ่งที่เขาทำอยู่
“นายปล่อยฉันไปเถอะ ไม่งั้นนายจะตกลงมาด้วยนะ ฉันไม่ได้อยากให้ใครตายเพราะฉันเป็นต้นเหตุ” รูนพูดออกมาอย่างเศร้าๆเป็นสีหน้าที่ดูหดหู่ครั้งแรกตั้งแต่เขาได้เห็นรูนมา
“จะบ้าหรอไง เธอจะมาตายที่นี่ไม่ได้นะ
เธออุตส่าห์ออกมาได้ทั้งที ฉันรู้นะว่าเธอมีความสุข งั้นเธอก็ต้องมีความสุขต่อไปสิ!!”
พัตธ์เริ่มฉุนกับสิ่งที่รูนพูดออกมาเพราะเขาไม่ใช่คนที่จะ ทิ้งคนอื่นไว้แล้วไปสบายอย่างแน่นอน
พัตธ์พยายามฝืนแรงตัวเองดึงรูน
ขึ้นมาสุดกำลังอีกครั้ง
“ยังไงฉันก็เหมือนคนที่เคยตายไปแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ” รูนกลั้นใจพูดเพราะไม่อยากให้พัตธ์ต้องมาตายไปกับเธอด้วย มันคงหน้าเศร้าเกินไปที่จะให้ผู้ชายที่อุตส่าห์ช่วยทั้งปลดผนึกเธอและพยายามช่วยชีวิตเธออยู่นี้ต้องมาตาย ทันใดน้ำอุ่นๆก็ไหลรินผ่านแก้มของเธอออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“ถ้าเธออยากตายจริงๆ แล้วร้องให้ออกมาทำไมละ เธอจะมีความสุขทำไมเวลาได้ออกมาข้างนอก”
“ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว
จับมือฉันขึ้นมายัยบ้า!!” พัตธ์พูดพลางจับมือเธอไว้แน่น มันยิ่งทำให้น้ำตาของรูนไม่หยุดไหล
เธอคงจะอยากมีชีวิตอยู่จริงๆนั่นเหละ
รูน พยายามเอื้อมมืออีกข้างขึ้นไปเพื่อไปจับมือของพัตธ์แต่มันไม่ทันเสียแล้ว
ตูม!!
เสียงของของพื้นเพียงที่เดียวที่พัตธ์ใช้พยุงตัวอยู่ถล่ม ทำให้ทั้งเขาและรูนตกลงไปข้างล่าง
ว้ากกกก!!!
พัตธ์ร้องเสียงหลงพลางคิดถึงพ่อแก้วแม่แก้วไว้
ซุ้มมมมมม!!
เสียงน้ำสาดกระจายไปทั่วบริเวณที่เขาตกลงมา โชคดีที่เขาตกลงมาน้ำ ไม่งั้นพรุ่งนี้คงมีศพเขาขึ้นอืดเป็นแน่แท้ พัตธ์คิดขึ้นขณะร่างกายของเขากำลังจมดิ่งลงไปในน้ำ เขารีบว่ายขึ้นมาหายใจทันทีก่อนที่เขาจะขาดอากาศหายใจ
ฟู่…
พัตธ์สูดอากาศหายใจพลางมองไปรอบๆว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน สภาพรอบๆตอนเป็นเหมือนทางน้ำใต้ดินที่ไหนสักแห่ง สภาพรอบๆนั้นเป็นน้ำเห็นจะมีฝั่งอยู่ไม่ห่างไกลนัก
ฟู่....
เสียงของคนที่ดิ่งลงมาพร้อมกับเขาว่ายขึ้นมาตามหลังเขาเพียงไม่กี่นาที
รูนดูปกติดีไม่มีบาดแผลอะไรมัน
ทำให้พัตธ์รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“รู้สึกว่าเราทั้งคู่จะไม่เป็นอะไรนะ” พัตธ์หันไปพูดกับรูนที่ตอนนี้ผมเปียกไปหมด
“ก็บอกให้ปล่อยก็ไม่ยอมปล่อยเองนิ” รูนพูดแก้มป่องเหมือนกำลังงอนในสิ่งที่พัตธ์ทำอยู่
“เอาน่า ยังไงก็รอดกันทั้งคู่
ไม่เป็นไรหรอก เมื่อกี้ฉันเห็นฝั่งด้วยละ ลองว่ายไปที่นั่นก่อนละกัน” พัตธ์พูดเหมือน
อดขำในท่าทีของเจ้าหล่อนไม่ได้ พลางว่ายไปที่ฝั่งโดยเร็ว
-----------------------------------------------------------------
“เฮ้อ~ถึงสักทีตอนแรกคิดว่ามันจะใกล้กว่านี้ซะอีก” พัตธ์พูดเชิงบ่นนิดๆพลางหันไปหารูนซึ่งตอนนี้กำลังขึ้นฝั่งตามหลังเขามา
สิ่งที่พัตธ์เห็นทำให้เขาตาค้าง
ชุดที่รูนใส่ซึ่งตอนแรกมันก็เป็นชุดวันพีชสีขาวบางๆอยู่แล้ว บัดนี้เปียกน้ำทำให้เห็น
รูปร่างสัดส่วนของเธอชัดเจนขึ้นไปอีก
“มองอะไรยะ!! ลามกกว่าที่คิดนะเนี้ย นายนะ” รูนพูดพลางเหน็บแนมมันทำให้พัตธ์ได้สติจากมิวมิ้ว อย่างได้ผลดี
“ยะ..ใหญ่....เอ้ย ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ!!” พัตธ์ตกใจ ตอนนี้หน้าของเขาร้อนผ่าวไปหมด พลางรีบเอามือปิดตาอย่างรวดเร็ว
“อุ๊บ!!...ฮ่าๆๆ นายนี่ติ๊งต๊องกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ” รูนพูดพลางหัวเราะอย่างอดไว้ไม่อยู่
“เชอะ....” พัตธ์ทำท่าทีงอนๆ แต่มันยิ่งทำให้รูนขำมากขึ้นไปอีกจนน้ำตาไหล
ฮ่าๆๆ แล้วพัตธ์ก็หัวเราะด้วยอย่างไม่มีเหตุผล
“คุยกันมาตั้งนานแล้ว ตกลงนายชื่ออะไรเนี้ย ฉันลืมไปได้ไง” รูนหยุดหัวเราะอย่างหอบๆก่อนถามเขาขึ้นอีกครั้ง
“ชื่อ พัตธ์ นะยินดีที่รู้จัก”
“ฉันบอกไปแล้วแต่ขอบอกอีกทีละกัน ฉันชื่อ อลิเซีย รูน เดอ ลาพีเทรีย ชื่อมันยาวหนะเรียกรูนก็พอแล้ว” รูนพูดพลางยิ้มให้พัตธ์ พัตธ์รู้สึกว่าเวลาเธอยิ้มนั้นน่ารักมากๆจนเขาละสายตาจากเธอไม่ได้เลย
“เรื่องแนะนำตัวพอแค่นี้ก่อนละกัน ฉันว่าเราเดินไปตามทางที่เราขึ้นมาเรื่อยๆอาจจะเจอทางออกก็ได้นะ” พัตธ์เริ่มตัดบท พยางชี้ไปเส้นทางเส้นทางนึงที่อยู่ตรงทางของทั้งสองคน
“ก็ได้ ลองไปกันเถอะพัตธ์” รูนยิ้มให้พัตธ์พลางลุกขึ้น
ตอนนี้ทั้ง2คนกำลังเดินไปตามทางเพียงหนึ่งเดียวที่พบเพื่อหาทางออกไปข้างนอกกั้นอีกครั้ง
“นี่รูนเธอเป็นแวมไพร์จริงๆหรอ” พัตธ์เริ่มหาอะไรมาถามเพื่อไม่ให้เงียบเกินไปขณะเดินไปตามทาง
“จริงสิ ฉันเป็นแวมไพร์เลือดแท้นะ”
“เลือดแท้?” พัตธ์ทำหน้าสงสัย
“อ๋อ
สายเลือดฉัน พ่อกับแม่เป็นแวมไพร์ฉันเลยออกมาโดยไม่มีเลือดอื่นปนอยู่ เลยเรียกว่าสายเลือดแท้นะ
แต่ก็มีแวมไพร์บางจำพวกที่หลงรักมนุษย์ ถ้าให้กำเนิดลูกออกมาจะเรียก
แดมพีล ที่เหมือนลูกผสมหนะ”
“อืม...อย่างนี้นี่เอง แปลว่ายังมีแวมไพร์นอกจากเธออีกเยอะเลยสินะ” พัตธ์เริ่มถามอีกครั้งพลางทำหน้าสนใจอย่างสุดๆ
“ก็ ใช่นะ ถึงแวมไพร์จะไม่ดื่มเลือดตามที่คนส่วนมากคิดไว้ แต่แวมไพร์กลัวแสงอาทิตย์นะ ถ้าโดนแสงอาทิตย์เข้า แม้จะเป็นเพียงสายเลือดครึ่งเดียวอย่างแดมพีล ก็ยังต้องสลายเป็นผุยผงทุกรายเลยละทำให้ไม่ค่อยมีคนพบมากนัก”
“เพียงแต่...”รูนเริ่มทำเสียงเศร้าอีกครั้ง
“เพียงแต่อะไรหรอ” พัตธ์เริ่มทำหน้างงๆ
“เพียงแต่ฉันเป็นแวมไพร์ที่ไม่กลัวแสงอาทิตย์นะสิ” รูนทำท่าเหมือนจะร้องให้เพราะตั้งแต่ตอนเด็กเธอนั้นไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียวเพราะเธอเป็นแวมไพร์จะไปสุงสิงกับมนุษย์ก็ไม่ได้ แถมแม้แต่เพื่อนแวมไพร์ก็ไม่มีใครคบเธอเพราะเห็นเธอเป็นตัวประหลาด
“หรอ...ฉันว่ามันก็เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจนะ เพราะสิ่งที่คนอื่นกลัวแต่เธอไม่กลัวมัน เป็นฉันคงดีใจตายเลยละ” พัตธ์ยิ้มพลางมองไปไปหารูนมันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย เพียงแค่คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคแค่นั้นเอง
“ขอบใจนะ” รูนยิ้มให้พัตธ์อีกครั้งเหมือนเธอเริ่มหายจากอาการเศร้าอีกครั้งนึง
“แบบนี้แวมไพร์ก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์เลยนะสิ” พัตธ์เริ่มสรุป
“มันก็ไม่เชิงนะ
สิ่งที่แวมไพร์มีแต่มนุษย์ไม่มีก็คือ....อ๊ะ! ตรงนั้นมีแสงสว่างด้วยละ ลองไปดูกันเถอะพัตธ์”
รูนรีบ
วิ่งไปหาแสงสว่างข้างหน้าทั้งที่ยังพูดไม่จบ ทำให้พัตธ์ต้องรีบวิ่งตามเธอไป
“เฮ้...รูนรอกันด้วยสิ
แฮ่กๆ” พัตธ์หอบหลังเขาวิ่งตามรูนมา
สิ่งที่เขาเห็นข้างหน้าดันไม่ใช่ทางออกแต่เป็นแสงจากคบเพลิงทั้งสี่ด้านของห้องรูปทรงสี่เหลี่ยมอีกด้านมีทางเดิน
ให้เดินต่อไปอีก ด้านข้างมีรูปปั้นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่
พัตธ์กับรูนก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องอย่างช้าแต่ทันใดนั้น พื้นดินก็เริ่มสะเทือน
ครืน...ครืนนนน.....
รูปปั้นเริ่มขยับเขยื้อนอย่างช้าๆ
มันเริ่มมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งนึง มันลุกขึ้นเดินมาอยู่หน้ารูนกับพัตธ์ อย่างอืดอาด
ดูเหมือนจะมีแต่พลังแต่ไร้ความเร็วโดยสิ้นเชิง
“นะ...นั่นมันอะไรกัน..” พัตธ์เริ่มตกใจกับสิ่งที่เขาเห็น รูปปั้นขนาดใหญ่กว่า4เมตรกำลังเดินมาหาเขาอย่างช้าๆ
“คงเป็นโกเลมสินะ มันคงถูกตั้งไว้ว่าถ้ามีใครจะผ่านทางนี้มันจะตื่นขึ้นมาเพื่อกำจัดสิ่งนั้น” รูนพูดพลางมองไปทางรูปร่างอันใหญ่โตของโกเลมร่างยักษ์ตรงหน้าเธอ
เจ้าผู้หลงทางในความมืดเอ๋ย....ถ้าเจ้านั้นแสวงหาแสงสว่างจริง
เส้นทางข้างหลังข้านั้นคือทางไปหาแสงสว่างนั่น.....
เจ้ามีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นคือต้องล้มข้าให้ได้....จะเข้ามาทั้งคู่หรือคนเดียวก็ได้แล้วแต่เจ้า....
เสียงของโกเลมดังขึ้น พัตธ์เข้าใจแล้วว่าถ้าไม่ชนะเจ้าโกเลมยักษ์ใหญ่นี่ก็ไม่สามารถไปถึงทางออกได้
แต่จะทำยังไงหละ!! เจ้าโกเลมนี่ทั้งตัวใหญ่แล้วดูจากท่าทาง ถ้าเขาโดนมันทุบแค่ทีเดียวชีวิตก็คงหาไม่แล้ว
“มาสิเจ้าโกเลม ฉันจะเป็นคู่ต่อสู้ให้แกเอง” อยู่ดีๆรูนก็พูดอย่างมีสีหน้ามั่นอกมั่นใจมันทำให้พัตธ์อดสงสัยไม่ได้
“เดี๋ยวสิ มันตัวโตขนาดนั้นเลยนะ เธอจะไปสู้มันได้หรอ” พัตธ์ถามรูนอย่างไม่มั่นใจ
“เอาน่า นายดูไปก่อนละกัน” รูนยิ้มให้พัตธ์พลางเดินไปหาโกเลมข้างหน้า
“ฮ่าๆ สาวน้อยนี่เจ้าไม่กลัวข้าเลยรึ
อย่างมาเสียดายชีวิตภายหลังละกัน” โกเลมหัวเราะอย่างขำๆเหมือนต้องการดูถูกสาวน้อย
ข้างหน้าที่มีแต่ร่างบอบบางไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับมัน
“พลังมันไม่ได้อยู่ที่ขนาดตัวหรอกน่ะ เจ้าซื่อบื้อ ” รูนยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“งั้นลองเจอนี่หน่อยละกัน”
เจ้าโกเลมเหมือนฉุนจัด ง้างมือออกไปทุบที่ร่างเล็กๆของรูน
มือขนาดใหญ่ของมันฟาดไปทางรูนอย่างรุนแรง ทำให้มีเสียงแหวกอากาศดังสนั่น
ตูมมมมมมมมมมมมมม.....
ฝุ่นกระจายไปเป็นบริเวณกว้างภายในห้อง พัตธ์เอาแขนมาบังแรงลมและฝุ่นไม่ให้เข้าตาพลางมองหารูนซึ่งตอนนี้มองไม่เห็นอะไรเลย
“รูน!!!” พัตธ์ตะโกนหารูน ตอนนั้นเองเหมือนมีลมอะไรบางอย่างพัดฝุ่นแถวนั้นออกเป็นวงกว้างทำให้พัตธ์เห็นรูนได้อย่างชัดเจน
“พัตธ์นายเคยถามสินะว่าแวมไพร์ต่างกับมนุษย์ตรงไหน” รูนเอ่ยถามพัตย์ ตอนนี้สภาพข้างหน้าเป็นภาพที่ไม่อยากเชื่อรูนใช้เพียงมือซ้ายเพียงข้างเดียวรับหมัดขนาดใหญ่ของโกเลมไว้ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน
“ นี่มันอะไรกัน..!!” โกเลม พูดขึ้นมาอย่างตกใจเพราะหมัดของมันไม่มีผลกับสาวน้อยร่างบางคนนี้เลย
“เพราะว่าแวมไพร์นั้นสามารถใช้พลังมารที่อยู่ในร่างกายมาช่วยเสริมพลังโจมตีได้ไงละ” รูนกล่าวสรุปพลางยกมือขวาขึ้นซึ่งตอนนี้เหมือนมีแสงสีดำล้อมรอบมือของเธออยู่
“บอกแล้วไงพลังที่แท้จริง
มันไม่ได้อยู่ที่รูปร่าง เจ้าโกเลมซื่อบื้อ” รูนพูดพลางขว้างลูกพลังขนาดใหญ่
ซึ่งขณะตอนลูกพลังเริ่มเข้าใกล้โกเลม
มันได้เปลี่ยนเป็นใบมีดสีดำคมกริบ ฟาดเข้าหาร่างของโกเลมยักษ์อย่างรวดเร็ว
สวบ!!!
ร่างของโกเลมขาดเป็นชิ้นๆ หลังจากนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้นจากซากโกเลมที่กระจัดกระจายอยู่โดยรอบ
ตูม!!! ร่างของโกเลมขนาดใหญ่ตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่ซาก
“สะ...สุดยอดเลย” พัตธ์พูดอย่างอึ้งๆ เขาวิ่งไปรูนซึ่งตอนนี้ยืนอยู่กลางซากของโกเลมตัวนั้น
แต่ตอนนั้นเองร่างที่ยืนหยัดของรูนตอนนี้เกิดอาการเซเหมือนจะล้มลงกับพื้น มันทำให้พัตธ์ต้องรีบวิ่งไปประคองตัวเธอไม่ให้ล้มไปกองกับพื้น
“เหนื่อยจังเลย ไม่ได้ใช้พลังมารมาซะนาน
ขอพักสักหน่อยนะพัตธ์” รูนทำหน้าเหมือนจะหลับ
สายตาตอนนี้ของเธอเลื่อนลอยไปไหนต่อไหนแล้ว
“โธ่...ไม่เห็นต้องขอเลยนิ ยังไงก็ใกล้ถึงทางออกแล้ว เดี๋ยวฉันจะพาเธอออกไปเอง” พัตธ์ยิ้มให้รูนพลางเปลี่ยนท่าแบกเธอขี่ขึ้นหลังของเขาและเดินออกไปทางประตูทางออกที่เจ้าโกเลมนั้นบอกไว้
-----------------------------------------------------------------------------------------
แสงสว่าง....นั่นใช่แสงสว่างจริงๆด้วย พัตธ์คิดพลางวิ่งไปที่นั่นอย่างรวดเร็วทั้งๆแบกรูนอยู่ข้างหลัง
ฮ้า~~พัตธ์พยายามสูดอากาศให้เต็มปอด
ในที่สุดเขาก็ออกมาเจอแสงสว่างของแสงอาทิตย์กับท้องฟ้าจนได้ ฝนคงหยุดตกไปนานแล้วแน่ๆเลยเพราะตอนนี้แดดจ้าแต่ไม่ร้อนมากนัก
นี่คงจะใกล้เที่ยงแล้วสินะ พัตธ์คิดในใจ พลางหันไปมองปากถ้ำและพื้นที่โดยรอบที่เขาออกมา
ที่ๆเขาออกมาคงเป็นปากถ้ำด้านล่างของเนินคฤหาสน์ที่เขาขึ้นไปนั่นเอง
มันถูกซ่อนไว้มิดชิดมาก
เพราะว่ามีทั้งต้นไม้และพงหญ้าขึ้นหนาทึบไปหมด คิดว่าคงไม่เคยมีคนมาเห็นเลย
“รูนดูนี่สิ ท้องฟ้ากับแสงอาทิตย์ไง เราออกมาข้างนอกแล้วนะ” พัตธ์พูดพลางหันหน้าไปหารูนที่แบกอยู่ข้างหลังซึ่งตอนนี้เธออยู่ในอาการงัวเงียหลังจากถูกพัตธ์ปลุกให้ตื่น
“สวยจังเลย อากาศก็ดีด้วยคิดถึงจัง” รูนทำหน้ามีความสุขมากๆที่ได้ออกมาเห็นข้างนอกอีกครั้ง
“แล้วจะทำยังไงต่อละ รูน” พัตธ์เริ่มสงสัยเพราะตอนนี้เขาไม่คิดว่ารูนจะไปไหนได้เพราโลกมันต่างจาก500ปีก่อนอยู่เยอะเหมือนกัน
“พัตธ์จะเป็นอะไรมั้ย ถ้าฉันจะไปขออยู่บ้านนายหนะ”
“อะไรนะ!!” พัตธ์ตกใจกับสิ่งที่รูนพูดขึ้นมาหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนสี เพราะในชีวิตนี้เขายังไม่เคยพาสาวเข้าบ้านเลยสักคน
“ไม่ได้หรอ?”
“กะ....ก็ได้” ในที่สุดพัตธ์ก็ต้องตอบตกลงไปเพราะยังไงรูนคงไปไหนไม่ได้ อีกทั้งมีเขาคนเดียวที่พอจะช่วยเหลือเธอได้
“ขอบใจนะ” รูนพูดอย่างแผ่วเบาและหลับลงบนหลังของพัตธ์อีกครั้ง
“เฮ้ย อย่าเพิ่งหลับสิ นี่ฉันต้องแบกเธอไปถึงบ้านเลยหรอ”
สำหรับพัตธ์แล้ววันนี้คงเป็นวันที่ไม่น่าเชื่อวันนึงสำหรับเขาเลย
มีเรื่องต่างๆเข้ามามากมายภายใน
ครึ่งวันที่เขาเข้าไปในคฤหาสน์หลังนั้น แต่หารู้ไม่ว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทุกๆวันของเขาจะเป็นวันไม่น่าเชื่อทุกวัน
โปรดติดตามตอนต่อไป....
ตัวอย่างตอนต่อไป
การปรากฏตัวของนางเอกคนที่สอง
เรื่องวุ่นๆในวันเรียนวันแรกหลังไม่ได้เข้าปฐมนิเทศของพัตธ์
อีกทั้งรูนที่แอบตามเขามาที่โรงเรียนอีก เรื่องวุ่นๆนี่จะจบลงเช่นได.....
จากใจผู้เขียน
จะว่าไงดีหละนี่คงเป็นผลงานแรกของผมที่เขียนเป็นเรื่องแรกละมั้งครับ ยังก็ขอฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ
ช่วยติชมเรื่องนี้ได้น่ะครับ เพราะผมจะพยายามเอาไปปรับปรุงในตอนต่อๆไป
สำหรับผลงานชิ้นนี้แนวของเรื่องคงสามารถเป็นได้ทุกแนวตามที่ผู้เขียนต้องการ
แต่แก่นของเรื่องคงจะเป็นเรื่องราว
ของความรักมากกว่าอย่างอื่นแต่สอดแทรกทุกแนวลงไป
เรื่องคำผิดผมพยายามตรวจสอบดูแล้วถ้ามันยังเล็ดลอดก็ช่วยเตือนผมด้วยนะครับ
สุดท้ายนี้ช่วยติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ.....
edit @ 2 Jun 2008 06:12:44 by แมวบ้า~ ►โหมด|หนอนอนิเม◄